:>> ข้อมูลพื้นฐาน

โพสต์4 ต.ค. 2558 20:15โดยJetsada Siriphok
ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป

ที่ตั้ง
องค์การบริหารส่วนตำบลโนนงาม ตำบลโนนงาม อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของอำเภอปทุมราชวงศา โดยมีระยะทางประมาณ ๑๒ กิโลเมตร  มีระยะทางจากจังหวัดอำนาจเจริญประมาณ ๒๒ กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้
ทิศเหนือ         ติดต่อกับตำบลหนองข่า อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ
ทิศใต้         ติดต่อกับตำบลลือ         อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ
ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลนาป่าแซง         อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ
ทิศตะวันตก ติดต่อกับตำบลเหล่าพรวน         อำเภอเมือง         จังหวัดอำนาจเจริญ

เนื้อที่  
องค์การบริหารส่วนตำบลโนนงามมีเนื้อที่ประมาณ ๔๒.๔๘ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๒๖,๕๕๐ ไร่ ข้อมูลจากที่ทำการปกครองจังหวัดอำนาจเจริญ แต่ในการจัดทำแผนที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอำนาจเจริญได้จัดทำแนวเขตและวัดพื้นที่ตามคำบรรยายเขตประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอวัดเนื้อที่ได้ ๓๗.๓๗ ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ ๒๓,๓๕๘ ไร่


ลักษณะภูมิประเทศ
ตำบลโนนงามสภาพพื้นที่ทั่วไปจะมีลักษณะเป็นเนินและที่ราบสลับที่ราบลุ่มโดยจะลาดเทจากทางด้านทิศเหนือเขตพื้นที่สูงบริเวณหมู่ที่ ๖ บ้านคำไหล และหมู่ที่ ๗ บ้านนาเรืองลงมา มีแหล่งน้ำไหลผ่าน คือ ห้วยจิกเปา และห้วยพระเหลา  

ปัญหาด้านต่างๆ ของตำบลโนนงาม
๑. ด้านพัฒนาเศรษฐกิจ
ประชากรส่วนใหญ่ของตำบลโนนงาม ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม ดังนั้นรายได้หลักจึงมาจากภาคเกษตร การทำการเกษตรของเกษตรกรดังกล่าวเรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลัง ปศุสัตว์ ยางพารา และปาล์ม สำหรับรายได้อื่นๆ มาจากการรับจ้างตามฤดูกาล ดังนั้นสามารถนำมาวิเคราะห์ได้ ดังนี้
จุดแข็ง
๑) ดินในพื้นที่ตำบลโนนงามเป็นดินที่ดี มีความเหมาะสมสำหรับการเพาะปลูก
๒) เกษตรกรมีประสบการณ์ในการทำการเกษตร โดยสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ 
๓) เกษตรกรมีความคุ้นเคยใกล้ชิดกันเป็นเครือญาติ มีการพึงพาอาศัยกัน
จุดอ่อน
๑) เกษตรขาดองค์ความรู้ใหม่ๆ หรือการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการทำการเกษตร
๒) ไม่มีระบบชลประทาน
๓) ทำการเกษตรระบบเดี่ยว (ไม่มีการปลูกพืชหลายชนิด และไม่มีการทำปศุสัตว์ ควบคู่ไปด้วย)
๔) เกษตรกรไม่มีการรวมกลุ่มอย่างจริงจัง
๕) ขาดผู้นำกลุ่มที่เข้มแข็ง
อุปสรรค
๑) การใช้สารเคมีในการทำการเกษตร
๒) ปุ๋ยเคมีมีราคาสูง
๓) เกษตรกร ไม่สามารถกำหนดราคาผลผลิตเองได้ ขึ้งอยู่กับพ่อค้าคนกลาง
โอกาส
๑) เกษตรกรมีความรักและหวงแหนในการทำอาชีพเกษตรกรรม
๒) มีการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐในส่วนกลาง
๓) กระแสตลาดที่มีความต้องการสินค้าด้านการเกษตรที่ปลอดสารพิษ

๒. ด้านพัฒนาการศึกษาและเอกลักษณ์วัฒนธรรมและด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต
จากตารางที่ ๑๐ และ ๑๑ จะเห็นได้ว่าตำบลโนนงามมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอยู่ถึง ๔ ศูนย์ มีโรงเรียนถึง ๒ โรงเรียน นอกจากนี้ยังมีศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนประจำตำบล เป็นหน่วยส่งเสริมการเรียนของประชาชนในพื้นที่ตำบล และจากตารางที่ ๑๕ จะเห็นว่าตำบลโนนงามมีวัดและสำนักสงฆ์ ถึง ๖ แห่ง ซึ่งถือว่ามากพอสมควรและประชาชนส่วนใหญ่ ประมาณ ร้อยละ ๙๕ นับถือพระพุทธศาสนา ดังนั้นจากข้อมูลดังกล่าวสามารถนำมาวิเคราะห์ได้ ดังนี้
จุดแข็ง
๑) ประชากรนับถือพระพุทธศาสนา
๒) ประชากรมีการประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง
๓) มีผู้นำชุมชนที่ดี
๔) มีผู้บริหารที่มีความสามารถ
๕) การเป็นครอบครัวขยาย ไม่มีความขัดแย้งกันในชุมชน มีความโอบอ้อมอารีต่อกัน
จุดอ่อน
๑) มีผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์
๒) มีร้านค้าสถานบันเทิงที่ไม่ขออนุญาต
๓) การประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
อุปสรรค
๑) ยาเสพติด
๒) ผู้ติดยาเสพติด
๓) การลักขโมย
๔) หนี้นอกระบบ
โอกาส
๑) มีศูนย์รวมจิตใจ คือ วัด ที่พักสงฆ์
๒) มีโรงเรียนขยายโอกาส
๓) มีศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน
๔) มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กภายในหมู่บ้าน
๕) มีทางหลวงแผ่นดินตัดผ่าน
๖) ความเป็นสังคมชนบท

๓. ด้านพัฒนาการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
จุดแข็ง
๑) ประชาชนเลือกผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิสภาด้วยตนเอง
๒) ไม่มีการร้องเรียนซึ่งกันและกัน
๓) ประชาชนมีความต้องการการกระจายอำนาจ
จุดอ่อน
๑) ประชาชนไม่เข้าใจวิธีการลงคะแนนทำบัตรเสีย
๒) มีการจูงใจให้ลงคะแนน (การซื้อสิทธิขายเสียง)
อุปสรรค
๑) ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจในการปกครองตนเอง
๒) ประชาชนมาใช้สิทธิออกเสียงน้อย
๓) ความมีคุณธรรมจริยธรรมของผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง
โอกาส
๑) กฎหมายในระดับสูงสุด (รัฐธรรมนูญ) จนถึงกฎหมายในระดับต่ำสุด (ระเบียบ,ข้อบังคับ) สนับสนุนแนวทางการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
๒) นโยบายของผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง 
๓) การใช้ระบบธรรมาภิบาลในการบริหารงาน

๔. ด้านส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ตำบลโนนงาม เป็นหนึ่งในตำบลที่ศาสนสถานที่สำคัญ ได้แก่ พระธาตุพนมจำลอง ที่สำนักสงฆ์ภูตู้ทอง และสถานที่ท่องเทียวเชิงอนุรักษ์ภูตู้ทอง ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในจังหวัดอำนาจเจริญ สูงจากระดับน้ำทะเล ๓๓๖ เมตร ดังนั้นจากข้อมูลดังกล่าว สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ ดังนี้
จุดแข็ง
๑) มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และศาสนสถานที่เก่าแก่ 
๒) มีทางหลวงแผ่นดินตัดผ่าน
๓) มีความเป็นสังคมชนบท
จุดอ่อน
๑) แผนผังแสดงเส้นทางคมนาคม จากทางหลวงแผ่นดินสู่แหล่งทรัพยากรธรรมชาติภายในตำบลชัดเจน
๒) ขาดการประชาสัมพันธ์ อย่างต่อเนื่อง และสู่กลุ่มคนภายนอก
๓) การให้ความสำคัญในการดูแลและร่วมรักษาทรัพยากรจากประชาชนในชุมชน
อุปสรรค
๑) ความร่วมมือจากประชาชนในหมู่บ้าน
๒) การหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประชาชนในชุมชน
๓) การบุกรุกของกลุ่มนายทุน 
โอกาส
๑) ความเป็นสังคมชนบทที่ต้องอาศัยพึ่งพิงธรรมชาติในการดำรงชีวิต โดยการเกื้อกูลกัน
๒) กระแสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

๕. ด้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
จุดแข็ง
๑) มีส่วนงานที่รับผิดชอบโดยตรง คือส่วนโยธา
๒) มีเส้นทางการคมนาคมหลายสายเชื่อมต่อระหว่างหมู่ต่อหมู่บ้าน และตำบลข้างเคียง ได้สะดวก
๓) การให้ความสำคัญของคณะผู้บริหาร และสมาชิกสภา การติดตามเอาใจใส่
จุดอ่อน
๑) งบประมาณในการพัฒนามีน้อย
๒) การกระจายงบประมาณในการด้านโครงสร้างพื้นฐานไปหมู่บ้านต่างๆ ทำให้แต่ละจุดขาดความสมบูรณ์
๓) การหาผลประโยชน์ จากกลุ่มบุคคล ในการใช้งบประมาณด้านนี้
อุปสรรค
๑) การสมยอมราคากันระหว่างผู้รับจ้าง
๒) การสนับสนุนงบประมาณจากส่วนกลาง
๓) ขนาดของพื้นที่ตำบลต่อจำนวนเส้นทางคมนาคม
๔) การเพิ่มจำนวนของเส้นทางในแต่ละปี
โอกาส
๑) ความเป็นสังคมชนบท
๒) การพึ่งพาอาศัยกัน สังคมโดยส่วนใหญ่ยังไม่พึ่งพาเทคโนโลยีมากนัก
๓) ความสามัคคีของคนในชุมชน


จากข้อมูลในแต่ละด้านดังกล่าวข้างต้น จะเห็นว่าจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของตำบลโนนงาม คือการเป็นสังคมชนบท ของชาวตำบลโนนงาม ความโอบอ้อมอารี การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นสังคมที่แบ่งปัน มีความรักความสามัคคี มีสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ รวมทั้งการมีองค์กรในการพัฒนาตำบลที่เข้มแข็ง คือองค์การบริหารส่วนตำบลโนนงาม ดังนั้นจึงวิเคราะห์ศักยภาพเพื่อประเมินสถานภาพการพัฒนาในภาพรวมได้ ดังนี้ 

จุดแข็ง (Strength - S)
๑) โครงสร้างองค์กรมีครบสี่ส่วนเอื้อต่อการปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่
๒) มีการจัดวางระบบควบคุมภายในเพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
๓)การใช้แผนพัฒนาเป็นเครื่องมือการบริหารงานเพื่อการพัฒนาและกรอบการจัดทำข้อบัญญัติงบประมาณ
๔) การพัฒนาท้องถิ่นโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน  เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและส่วนรวม
๕) การปฏิบัติราชการโดยยึดถือกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และหนังสือสั่งการ เพื่อความถูกต้องและลด
ความเสี่ยงในการปฏิบัติราชการ
๖) เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลขนาดเล็กมีเขตการปกครองจำนวน ๘ หมู่ สามารถบริหารงานได้ทั่วถึง
และครอบคลุม
๗) การจัดให้มีวัสดุครุภัณฑ์และเครื่องมือเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อการที่จำเป็น เพื่อเอื้อต่อการปฏิบัติราชการและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน
๘) ความเป็นสังคมชนบท ความโอบอ้อมอารี การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นสังคมที่แบ่งปัน มีความรักความสามัคคี

จุดอ่อน (Weakness-W)
๑) ข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลเพื่อการบริหารงานทั่วไป
๒) ข้อจำกัดด้านงบประมาณทำให้การปฏิบัติตามแผนพัฒนาท้องถิ่นอาจไม่สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมาย
๓) ข้อจำกัดด้านบุคลากรมีน้อยอาจส่งผลต่อการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ
๔) การแสวงหาผลประโยชน์จากกลุ่มบุคคล ในการเสนอราคาในงานพัฒนาต่างๆ ของตำบล

โอกาส (Opportunity - O)
๑) การพัฒนาบุคลากร ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติ  ฝ่ายบริหาร  ฝ่ายสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโดยการ
ส่งเสริมสนับสนุนด้านการศึกษา การเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ เพื่อให้การปฏิบัติราชการมีประสิทธิภาพ
๒) องค์การบริหารส่วนตำบลและชุมชนร่วมกันรักษาและสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีของท้องถิ่น
๓) การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อใช้ประโยชน์ต่อการปฏิบัติราชการและการ
เข้าถึงแหล่งข้อมูล
๔) การจัดทำและการประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นเพื่อบูรณาการปฏิบัติราชการและเกิดการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
๕) การได้รับจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลทั้งงบอุดหนุนเฉพาะกิจและงบอุดหนุนทั่วไปเพื่อบริหารและพัฒนาท้องถิ่น
๖) นโยบายของรัฐบาลการเพิ่มรายได้ให้ข้าราชการและพนักงานเพื่อการครองชีพและสวัสดิการสังคมรวมทั้งกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศเพื่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบ
๗) การเปิดประตูเข้าสู่(ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนAEC หรือ Asean Economics Community คือการรวมตัวของชาติใน Aseanเพื่อที่จะให้มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน จะทำให้มีผลประโยชน์อำนาจต่อรองต่างๆ กับคู่ค้าได้มากขึ้น และการนำเข้า- ส่งออกของชาติในอาเซียนก็จะเสรียกเว้นสินค้าบางชนิดที่แต่ละประเทศอาจจะขอไว้ไม่ลดภาษีนำเข้า)เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาและยกระดับการพัฒนา สามารถปรับตัวจากสังคมภายนอกได้อย่างมีภูมิคุ้มกัน
๘) ตำบลยังเป็นสังคมชนบท ชุมชนและประชาชนมีความสามัคคี มีความเอื้อเฟื้อและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายเอื้อต่อปกครอง การอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมอันดี รวมทั้งการจัดวางระบบผังเมืองให้เกิดการบริหาร การพัฒนาที่เป็นระบบ

อุปสรรค(Threat-T)
๑) สภาวะทางธรรมชาติ ทั้งภาวะโลกร้อนส่งผลให้เกิดสภาวะอากาศร้อนมากขึ้นรวมทั้งการเกิดปรากฏ
การณ์ทางธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงบ่อย อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสาธารณภัย
๒) การแพร่หลายของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก รวมทั้งสื่อออนไลน์ ภัยคุกคามจากสื่อ  ITอินเตอร์เน็ต อาจส่งผลกระทบด้านสังคมขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
๓) เสถียรภาพของรัฐบาลซึ่งอาจส่งผลต่อการนโยบายการพัฒนาและความต่อเนื่องการบริหารราชการแผ่นดิน
๔) งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลมีจำกัด ทำให้สัดส่วนการพัฒนาท้องถิ่นมีน้อยและไม่ครอบคลุมทุกยุทธศาสตร์
๕) การบุกรุกของกลุ่มนายทุน
๖) ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจในการปกครองตนเอง
๗) กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและหนังสือสั่งการมีมาก รวมทั้งฉบับแก้ไขเพิ่มเติมอาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติราชการเกิดความผิดพลาด และบางกรณีทำให้เกิดการซ้ำซ้อน ความสับสน ต่อระดับผู้ปฏิบัติ
๘) ประชาชนบางส่วนยังคงแนวความคิดในการรอรับความช่วยเหลือมากกว่าการพึ่งตนเอง
๙) ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและพลังงานน้ำมัน














Comments